เนื่องจากประมวลกฎหมายยาเสพติดได้บัญญัติให้ผู้ที่สำนึกในการกระทำความผิดฐานมีไว้ครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพ และหากไม่ปรากฏว่าผู้นั้นเป็นผู้ต้องหาหรืออยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี ในความผิดอื่นซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจำคุก หรือไม่อยู่ในระหว่างรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาล ไม่มีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่นหรือสังคม หรือมีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่นหรือสังคมที่เกิดจากโรคทางจิตและประสาท หรืออาการที่เกิดจากฤทธิ์ของยาเสพติดที่ใช้ และ สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา โดยให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส./เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง/ตำรวจส่งตัวผู้นั้นไปสถานพยาบาลยาเสพติด/ศูนย์คัดกรองต่อไป แต่ในปัจจุบันยังมีช่องว่างของกฎหมายในกรณีที่ผู้เข้ารับการบำบัดรักษาหลบหนีหรือไม่ให้ความร่วมมือในการบำบัดรักษาจนครบถ้วนตามหลักเกณฑ์/วิธีการ/เงื่อนไขที่คณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดกำหนด ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้หลบหนีหรือไม่ให้ความร่วมมือไปก่ออันตรายแก่ผู้อื่นหรือสังคม จึงมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายยาเสพติด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 114 วรรคสาม) โดยมีสาระสำคัญเพื่อให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส./พนักงานฝ่ายปกครอง/ตำรวจ สามารถนำตัวผู้เข้ารับการบำบัดรักษาซึ่งหลบหนีหรือไม่ให้ความร่วมมือในการบำบัดรักษาจนครบถ้วนมาเข้ารับการบำบัดรักษาด้วยวิธีการที่เข้มงวดขึ้น และหากผู้นั้นยังไม่ให้ความร่วมมือในการบำบัดรักษาให้ศาลยกคดีขึ้นพิจารณาพิพากษาต่อไป
ตารางเปรียบเทียบร่างแก้ไขเพิ่มเติม ดาวน์โหลดเอกสารประกอบ
ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง
สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยอ้อม
1. อัยการสูงสุด
2. ศาลยุติธรรม
3. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
4. กรมการปกครอง
5. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
6. กรมสุขภาพจิต
7. สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ (สบยช.)
ผู้ที่เกี่ยวข้องทั่วไป
ประชาชน