โดยที่มาตรา 54 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่าง ๆ รวมทั้งส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิตจัดให้มีการร่วมมือกันระหว่างรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนในการจัดการศึกษาทุกระดับ อีกทั้งจัดให้มีกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติ โดยรัฐมีหน้าที่ดำเนินการ กำกับ ส่งเสริม สนับสนุนให้การจัดการศึกษาดังกล่าวมีคุณภาพได้มาตรฐานสากล มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได้ตามความถนัดของตน มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ การจัดการระบบการศึกษาของประเทศจำเป็นต้องสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต ความคล่องตัวที่จะรองรับความหลากหลายของการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเพิ่มการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของภาคประชาชนและภาคเอกชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา ยกระดับคุณภาพการศึกษาสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตลอดจนสร้างเสริมให้ระบบการศึกษามีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรเพื่อการศึกษา และสร้างเสริมธรรมาภิบาลของระบบการศึกษา ประกอบกับมาตรา 258 จ. ด้านการศึกษา และมาตรา 261 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดให้มีการปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ รวมทั้งด้านการศึกษา โดยเฉพาะให้มีกลไกและระบบการผลิต คัดกรอง และพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพชั้นสูงให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน จึงสมควรมีการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติเพื่อเป็นกฎหมายแม่บทในการบริหารและการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และแนวทางการบริหาร และการจัดการศึกษาในอนาคต จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ตารางเปรียบเทียบร่างพระราชบัญญัติปรับปรุง ดาวน์โหลดเอกสารประกอบ
1. ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง
1) กระทรวงศึกษาธิการ
2) กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
3) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
2. ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยอ้อม
1) กระทรวงมหาดไทย
2) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
3) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
4) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
5) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
6) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
7) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
8) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
9) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
10) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
11) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
12) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
13) กรมส่งเสริมการเรียนรู้
14) กรมกิจการเด็กและเยาวชน
15) สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)
16) สถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
17) สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย
18) สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย
19) สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย
20) สภาผู้ปกครองและครูแห่งประเทศไทย
21) สมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย
22) สมาคมกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย
23) สมาคมส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในประเทศไทย
24) สมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
25) สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
3. ผู้ที่เกี่ยวข้องทั่วไป
1.ท่านเห็นด้วยกับความมุ่งหมายและหลักการการจัดการศึกษาโดยให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประชาชนได้รับการศึกษาเพื่อสัมมาอาชีพตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จัดการศึกษาตามความถนัดและความต้องการ ส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต การศึกษาทั้งปวงต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีวินัย ปฏิบัติตนตามหลักศาสนา และระเบียบกฎหมาย รวมทั้งการจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการจัดการศึกษาตามที่กำหนดในหมวด 1 ของร่างพระราชบัญญัตินี้ หรือไม่ อย่างไร
2.ท่านเห็นด้วยกับสิทธิและหน้าที่ทางการศึกษาที่กำหนดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการได้รับการพัฒนาความถนัดตั้งแต่แรกเข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่าย เอกชนที่เป็นนิติบุคคลมีสิทธิจัดการศึกษาโดยรัฐให้การสนับสนุนช่วยเหลือ และจัดให้มีเงินอุดหนุนแก่ผู้เรียนเหมือนเช่นผู้เรียนในสถานศึกษาของรัฐ รวมถึงสิทธิและหน้าที่ของบิดา มารดา ผู้ปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา ในการจัดการศึกษาตามหมวด 2 ของร่างพระราชบัญญัตินี้ หรือไม่ อย่างไร
3.ท่านเห็นด้วยกับระบบการศึกษาที่กำหนดรูปแบบการศึกษาเป็น 3 รูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาพัฒนาชีวิตตามอัธยาศัยตลอดชีวิต รวมถึงเรื่องการจัดการศึกษาปฐมวัย การศึกษาขั้นพื้นฐาน การอาชีวศึกษา และการศึกษาระดับอุดมศึกษา ตามที่กำหนดในหมวด 3 ของร่างพระราชบัญญัตินี้ หรือไม่ อย่างไร
4.ท่านเห็นด้วยกับการจัดการศึกษาและหลักสูตรการศึกษาทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาพัฒนาชีวิตตามอัธยาศัย รวมทั้งแนวทางการประเมินผลการศึกษาตามที่กำหนดในหมวด 4 ของร่างพระราชบัญญัตินี้ หรือไม่ อย่างไร
5.ท่านเห็นด้วยกับแนวทางการบริหารและการจัดการศึกษาโดยให้กระทรวงศึกษาธิการมีหน้าที่ส่งเสริม และกำกับดูแลการศึกษาทุกระดับและทุกประเภท กำหนดนโยบาย แผนและมาตรฐานการศึกษา ส่งเสริมและประสานงานการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการกีฬาเพื่อการศึกษา รวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน การกำหนดให้สถานศึกษามีอิสระในการบริหารงานวิชาการ การบริหารงบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป การกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิจัดการศึกษาในระดับใดระดับหนึ่งหรือทุกระดับตามความพร้อม ความเหมาะสมและความต้องการภายในท้องถิ่น การกำหนดให้รัฐต้องจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่สถานศึกษาเอกชน ตามที่กำหนดในหมวด 5 ของร่างพระราชบัญญัตินี้ หรือไม่ อย่างไร
6.ท่านเห็นด้วยกับการกำหนดให้สถานศึกษาและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับสถาบันผลิตครูจัดให้มีมาตรฐานการศึกษาและเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียนของสถานศึกษา รวมทั้งการจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาตามที่กำหนดในหมวด 6 ของร่างพระราชบัญญัตินี้ หรือไม่ อย่างไร
7.ท่านเห็นด้วยกับการกำหนดให้กระทรวงศึกษาธิการส่งเสริมให้มีการพัฒนาระบบกระบวนการผลิตครู การพัฒนาครูให้เป็นนักสอนมืออาชีพที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานเหมาะสมกับการเป็นวิชาชีพขั้นสูง และการกำหนดให้รัฐต้องจัดสรรงบประมาณให้สถาบันการผลิตครูเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายรายหัวให้กับนักศึกษาครูในระหว่างการศึกษาตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 5 ปี และนักศึกษาครูเริ่มนับวันรับราชการครูตั้งแต่วันแรกที่รายงานตัวเป็นนักศึกษา ตามที่กำหนดในหมวด 7 ของร่างพระราชบัญญัตินี้ หรือไม่ อย่างไร
8.ท่านเห็นด้วยกับการกำหนดให้รัฐต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อการส่งเสริมครูให้ผลิตผลงานสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีดิจิทัลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนและการศึกษา ทั้งข้าราชการครูและครูเอกชน และการจัดสรรงบประมาณรายหัวให้ผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกคน รวมทั้งกำหนดให้รัฐต้องจัดสรรคลื่นความถี่ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง สื่อตัวนำและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อใช้ประโยชน์สำหรับการศึกษาทุกระดับ ตามที่กำหนดในหมวด 7 และ 8 ของร่างพระราชบัญญัตินี้ หรือไม่ อย่างไร
9.ท่านเห็นว่าพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มีปัญหาในทางปฏิบัติหรือไม่ อย่างไร และการเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้จะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้หรือไม่ เพียงใด
10.ข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอื่น ๆ (ถ้ามี)