| ลำดับที่ | 33 |
|---|---|
| คณะกรรมาธิการ/บุคคลสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติ | คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร |
| หมวดหมู่ | - ประเทศสมาชิกอาเซียน |
| ประเทศ | - สิงคโปร์ |
| เสาหลักอาเซียน | - เศรษฐกิจ |
| วันเดือนปีที่ศึกษาดูงาน | 12 มีนาคม 2553 - 14 มีนาคม 2553 |
| สมัยของประธาน | นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร |
| ประเด็นศึกษาดูงาน | ๑. ข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตรของสิงคโปร์ |
| สาระสังเขป | ๑. ข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตรของสิงคโปร์ สิงคโปร์มีพื้นที่ทำการเกษตรเพียงร้อยละ ๓ จากพื้นที่ของประเทศ ๗๐๑ ตารางกิโลเมตร ทำให้มีปริมาณผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศ ดังนั้น สินค้าเกษตรทุกชนิดต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศเป็นหลัก อีกทั้ง สิงคโปร์ก็ไม่มีเกษตรกรที่ประกอบอาชีพประมงเลย แม้ว่าประเทศจะเป็นเกาะที่ล้อมรอบด้วยทะเล ทั้งนี้ การนำเข้าสินค้าเกษตรที่สำคัญของสิงคโปร์มีรายละเอียดดังนี้ ๑) ไข่ไก่ นำเข้าจากมาเลเซีย นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ๒) อาหารทะเล ส่วนใหญ่นำเข้าจากมาเลเซีย ไต้หวัน เวียดนาม และไทย ๓) ผักสด นำเข้าจากมาเลเซีย จีน อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย ไทย และเวียดนาม ๔) เนื้อสัตว์ ไม่มีการผลิตภายในประเทศ นำเข้าจากบราซิล มาเลเซีย ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และอินโดนีเซีย ๒. การควบคุมการนำเข้าสินค้าเกษตรของหน่วยงาน Agri-Food and Veterinary Authority of Singapore หรือ AVA เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา คณะกรรมาธิการฯ ได้เดินทางไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับการควบคุมการนำเข้าสินค้าเกษตรของหน่วยงาน AVA ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กำกับดูแลของกระทรวงการพัฒนาแห่งชาติ (Ministry of National Development) สรุปสาระสำคัญดังนี้ ๑) การตรวจสอบ และออกใบอนุญาตให้แก่ฟาร์ม โรงฆ่าสัตว์ โรงงานผลิต ๒) การออกหมายเลขทะเบียนฟาร์ม หรือโรงงานให้แก่ผู้ประกอบการที่ผ่านการตรวจสอบ ๓) การตรวจสอบสินค้านำเข้า ณ จุดนำเข้าสินค้า ๔) การตรวจตราสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง หรือสินค้าที่เคยมีประวัติการละเมิดมาตรฐานความปลอดภัย ๒.๔ การควบคุมและตรวจสอบการนำเข้าสินค้า สินค้าทุกชนิดที่นำเข้าสิงคโปร์จะต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดภายใต้ Sale of Food Act และ Food Regulations ซึ่งจะกำหนดมาตรฐานสินค้าอาหารนำเข้าและการแสดงฉลาก โดยผู้นำเข้าสินค้าอาหารจะต้องจดทะเบียนเป็นผู้นำเข้ากับ AVA จึงจะมีสิทธิขออนุญาตนำเข้าได้ และการนำเข้าทุกครั้งทำได้โดยผ่านระบบ Trade Net ๒.๕ ตัวอย่างการนำเข้าสินค้าเกษตรที่สำคัญ ๑) สุกร รัฐบาลสิงคโปร์ได้ประกาศห้ามการเลี้ยงสุกรภายในประเทศตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ดังนั้น จึงอนุญาตให้นำเข้าสุกรมีชีวิตและเนื้อสุกรแปรรูปได้ภายใต้ระเบียบที่กำหนด และการควบคุมของ AVA โดยสุกรมีชีวิต เนื้อสุกรแปรรูป และผลิตภัณฑ์จากสุกรที่นำเข้าจะต้องผลิตจากฟาร์มเลี้ยงสุกร โรงฆ่า โรงชำแหละ และโรงงานแปรรูปที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานจาก AVA แล้วเท่านั้น ๒) ผักและผลไม้ ผักและผลไม้ทุกชนิดที่นำเข้าสิงคโปร์จะต้องปฏิบัติตามกฎและระเบียบการนำเข้าภายใต้ ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ สิงคโปร์นำเข้าผักสดจากไทย ได้แก่ เผือก พริก ผักชี มะเขือ ขิง ข้าวโพดอ่อน คิดเป็นร้อยละ ๓ ของปริมาณการนำเข้ารวม และนำเข้าผลไม้จากไทย ได้แก่ มะม่วง มะพร้าว ลำไย ฝรั่ง และทุเรียน คิดเป็นร้อยละ ๘ ของปริมาณการนำเข้ารวม โดยมีสหรัฐอเมริกา มาเลเซีย อินโดนีเซีย จีน ออสเตรเลีย และไทยเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ไปยังสิงคโปร์ ๓) ไข่ไก่ AVA เป็นหน่วยงานที่ควบคุมการนำเข้าไข่ไก่ โดยจะอนุญาตให้นำเข้าเฉพาะจากโรงงานที่ผ่านการตรวจสอบจาก AVA แล้วเท่านั้น และผู้ส่งออกจะต้องแนบใบรับรองจากหน่วยงานภายในประเทศที่ทำหน้าที่ตรวจสอบทุกครั้งที่ส่งออกมายังสิงคโปร์ ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ไข่ไก่จากไทยยังไม่ได้รับการอนุญาตให้นำเข้าสิงคโปร์ได้ ๓. การดำเนินงานของบริษัท NTUC Fairprice Co-operative Limited เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกา คณะกรรมาธิการฯ ได้เดินทางไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท NTUC Fairprice Co-operative Limited สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ ๔. การดำเนินงานของสมาคมผู้นำเข้าและส่งออกผักและผลไม้สิงคโปร์ (Singapore Fruits and Vegetables Importers and Exporters Association: SFVA) เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา คณะกรรมาธิการฯ ได้เดินทางไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับการดำเนินงานของสมาคมผู้นำเข้าและส่งออกผักและผลไม้สิงคโปร์ สรุปสาระสำคัญดังนี้ สมาคมผู้นำเข้าและส่งออกผักและผลไม้ของสิงคโปร์ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๑ โดยกลุ่มผู้นำเข้าผักและผลไม้ในประเทศ ช่วงแรกสมาคมมีสมาชิกเพียง ๑๗ คน และมีสำนักงานตั้งอยู่ที่ถนน Carpenter ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตลาดขายส่งของสิงคโปร์ ต่อมาผู้นำเข้าและส่งออกผักและผลไม้หลายแห่งได้รวมตัวกันเพิ่มขึ้นทำให้มีสมาชิกมากกว่า ๕๐ คน และย้ายที่ทำการไปตั้งอยู่ใน Pasir Panjang Wholesale Centre (PPWC) ซึ่งเป็นศูนย์สำหรับกิจกรรมการค้าส่งผลไม้ ผัก ของดอง และของแห้ง ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการศึกษาดูงาน ๑. หน่วยงานภาครัฐของไทยที่เกี่ยวข้องควรหารือร่วมกับมาเลเซียในการยกเลิกหรือผ่อนปรนการจัดเก็บภาษีสินค้าที่ขนส่งผ่านแดนมาเลเซียไปยังสิงคโปร์ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการขนส่ง รักษาตลาด และเพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยไปยังสิงคโปร์ให้มากขึ้น โดยเฉพาะผักและผลไม้สด เนื่องจากการกำหนดโควตาสินค้าส่งผลกระทบต่อปริมาณการนำเข้าสินค้าจากไทย ๒. ความต้องการบริโภคผักและผลไม้สดของไทยในสิงคโปร์มีความหลากหลายและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ มะม่วง มะพร้าวอ่อน ฝรั่ง น้ำมังคุดพร้อมดื่ม โดยเฉพาะลำไยที่มีความต้องการสูง และไทยเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ ดังนั้น หากมีการควบคุมคุณภาพสินค้าและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ดีจะทำให้สินค้าไทยสามารถรักษาตลาดและขยายการส่งออกสู่ตลาดสิงคโปร์ได้มากขึ้น ๓. ผักและผลไม้สดที่สิงคโปร์นำเข้าจะมีการสุ่มตรวจอย่างเข้มงวดเพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของผู้บริโภคในประเทศ หากพบว่ามีสารตกค้างหรือสารปนเปื้อนเกินกว่าปริมาณที่กำหนดจะถูกทำลายทันที และหากผู้นำเข้าได้รับการตักเตือนเกินกว่าสองครั้งจะถูกห้ามไม่ให้นำเข้าเป็นเวลา ๓-๖ เดือน อย่างไรก็ตาม ผักและผลไม้สดจากไทยมักพบสารปนเปื้อนเกินกว่าปริมาณที่กำหนด ดังนั้น คณะกรรมาธิการฯ จึงเห็นควรที่จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการตระหนักถึงประเด็นดังกล่าวเพื่อรักษาตลาดและคุณภาพสินค้าให้สามารถส่งออกได้อย่างต่อเนื่อง คำค้น สิงคโปร์ การเกษตร สมาคมผู้นำเข้าและส่งออกผักและผลไม้สิงคโปร์ AVA Agri-Food Veterinary Authority NTUC Fairprice SFVA |
| เอกสารแนบ | 1. รายงานการศึกษาดูงานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ ๑๒-๑๔ มีนาคม ๒๕๕๓ |
ข้อมูลประชาคมอาเซียน
● ประวัติอาเซียน
● วิสัยทัศน์อาเซียน
● กฎบัตรอาเซียน
● สำนักงานเลขาธิการอาเซียน
● ประธานอาเซียน
● เลขาธิการอาเซียน
รัฐสภาไทยกับอาเซียน
● การเยือนประเทศสมาชิก
● การรับรองบุคคลสำคัญ
● สมัชชารัฐสภาอาเซียน AIPA
● อินไซต์อาเซียน
การวิจัยและพัฒนากฎหมาย
● งานวิจัยและพัฒนากฏหมาย
● งานวิชาการ
○ ประชาคมการเมืองและความมั่นคง● เอกสารวิชาการอื่นๆ